เราจะเป็นนักเขียนได้อย่างไร จะเริ่มต้นเขียนบทความอย่างไร
จะเป็นนักเขียนที่ดีได้อย่างไร
และจะเขียนอย่างไรถึงจะมีคนเข้ามาอ่านเรื่องราวที่เราเขียน คำถามแบบนี้คงแล่นเข้ามาในหัวทันทีสำหรับคนที่ไม่เคยเขียนบทความ
ไม่ค่อยชอบการเขียนบทความและไม่ค่อยมีพรสวรรค์ทางด้านนี้สักเท่าไหร่นัก
หรือบางคนอาจจะไม่มีเลยแต่ว่ามีความอยาก
มีความฝันที่อยากจะเขียนบทความอยากเขียนเรื่องราวขึ้นมาให้คนอื่นได้อ่าน
การเขียนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบทความหรือนิยายแรก ๆ ผู้เขียนก็คงไม่ได้ใช้ถ้อยคำสละสลวยอะไร
แต่ผู้เขียนทุกคนก็คาดหวังและคงแอบดีใจอยู่ลึก ๆ
เมื่อมีคนอ่านบทความของตัวเองไม่ว่ามีคนอ่านแค่คน สองคนก็ตาม
ในบทความนี้ต้องบอกตามตรงว่านี่คือบทความแรกที่ผู้เขียนพยายามที่จะถ่ายทอดมันออกมาเป็นตัวหนังสือให้ได้ใจความและพยายามเขียนให้ได้มากที่สุด
และก็ต้องบอกว่าผู้เขียนไม่ได้มีประสบการณ์ด้านการเขียนมาก่อนเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้ามผู้เขียนเองกลับไม่ชอบการเขียนบทความ
เรียงความอะไรเลยมาแต่ไหนแต่ไรเลยด้วยซ้ำ (หลายคนคงสงสัยอ่าวไม่เคยเขียนแล้วจะมาแนะนำอะไรคนอื่นได้ล่ะ)
อันนี้ผู้เขียนไม่ได้ถือว่าเป็นการแนะนำหรือสอนแต่อย่างใดนะ
ผู้สอนเพียงแค่อยากเล่าให้อยากให้ใครก็ตามที่ได้อ่านบทความนี้ได้รู้ได้เห็นว่าครั้งแรกของการเขียนเรื่องราวแบบยาว
ๆ เป็นอย่างไร เมื่อคุณอ่านเรื่องแรกของคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการเขียนมาก่อนเป็นอย่างไร
สำนวนการเขียน การใช้คำเป็นอย่างไรบ้าง (คือมันก็ไม่ได้ดีแบบเหลือเชื่ออ่ะนะ
แต่เชื่อว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความพยายามก็อยู่ที่นั่น)
ตามที่เกริ่นไว้ด้านบนผู้เขียนไม่มีพรสวรรค์ทางด้านการเขียนเลยและผู้เขียนก็เป็นประเภทที่ไรจินตนาการโดยสิ้นเชิงหลาย
ๆ ท่านถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ก็คงมีแอบหัวเราะในลำคอหึหึ ผู้เขียนไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนเข้ามาอ่านมากมายหลายสิบคนหรอกแต่ก็ไม่ได้ดูถูกตัวเองจนคิดว่าคงจะไม่มีคนแวะเข้ามาอ่านเลย
(มันต้องมีความหวังสิ)
และก็มีความคิดพิลึกเข้ามาในหัวว่าถ้าได้อัพโหลดให้ผู้คนอ่านเมื่อไหร่จะเปิดให้คนคอมเม้นท์กระจุยเลย
ก็มีคิดไว้แหละว่าอาจจะโดนด่ากระจายเหมือนกัน ฮ่าฮ่า
แต่เราก็อยากอ่านความคิดเห็นของคนที่มาอ่านเรื่องที่เราเขียนว่าเขามีความคิดเห็นอย่างไรเราไม่คาดหวังว่าจะได้รับคำชมในเรื่องแรกที่เราเขียนหรอก
แต่เราจะได้เอาคำติชมไปปรับปรุงแก้ไขในบทความต่อ ๆ ไป
มันคงจะไม่สามารถดีขึ้นภายในเจ็ดหรือแปดบทความหรอก
แต่เราก็คาดหวังว่าผู้ที่ผ่านเข้ามาอ่านเรื่องราวใหม่ ๆ
ในแต่ละเรื่องน่าจะเห็นพัฒนาการทางด้านการเขียนของเราขึ้นมาบ้าง
เป็นนักเขียนมันไม่ง่ายเลยนะถ้าเราไม่พยายามไม่อดทนกับการฝึกฝนสิ่งที่เริ่มต้นมาก็สูญเปล่าเราอาจจะไม่ต้องฝึกเขียนทุกวันก็ได้อาจจะสองวันสามวันเขียนเสร็จเรื่องหนึ่งก็ได้แต่สำหรับเราจะเขียนหนึ่งเรื่องให้เสร็จในหนึ่งวันแล้วถ้าอยากจะแก้ไขข้อความก็ค่อยมาแก้ทีหลังแต่ว่าต้องจบได้ทั้งเรื่องเพราะว่าสำหรับเราแรงบันดาลใจเกิดขึ้นได้แค่วันเดียววันต่อมาก็ลืมแล้วอ่ะฮ่าฮ่า
ดังนั้นถ้านึกขึ้นได้ว่าอยากเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็จะรีบจับสมุดปากกามาจดเลยทันทีเพื่อไม่ให้ตัวเองลืม
เขียนมาจนถึงตรงนี้แล้วบางคนอาจจะเริ่มสบถอุตส่าอ่านจนถึงนี่แล้วเคล็ดลับมันอยู่ตรงไหนวะเนี่ยเขียนพร่ำเพรื่อไปเรื่อยไม่มีสาระอะไรเลยสักอย่าง
ก็ต้องน้อมรับไว้ตรงนี้ เพราะเรื่องราวที่เขียนเรื่องนี้มันคือเรื่องแรกที่ผู้เขียนสามารถเขียนได้มากกว่าหนึ่งหน้ากระดาษ
A4 ซึงมากกว่าทุก ๆ
ครั้งที่เคยคิดว่าอยากจะเขียนก็เลยอยากเอามาแบ่งปันให้ใคร ๆ
ได้อ่านบ้างและก็คาดหวังว่ามันน่าจะทำให้คนที่ไม่รู้จะเริ่มต้นการเขียนได้มีความรู้สึกว่าเขียนน่าจะเขียนได้ดีกว่าเรา
มีสาระมากกว่าเรา มีคนเข้ามาอ่านเรื่องราวของเขามากกว่าของเรา และ
ทำให้เขาคิดว่าเขาทำได้และพร้อมที่จะเผยแพร่งานเขียนของตัวเองสู่สายตาสาธารณะชน
ไม่อยากจะเชื่อทั้งหมดที่เขียนมาได้ตั้ง 800 กว่าคำแหน่ะ หุหุ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น