COVID_19 ระบาดหนัก สถานการณ์ตอนนี้อุปกรณ์ในการป้องกันหายากมากแล้วท่านๆ ที่เกี่ยวข้องเขามัวทำอะไรกันอยู่...
ในขณะที่สถานะการของ COVID_19 กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ก็มีมนุษย์ที่เห็นแก่ตัวหลาย ๆ กลุ่มถือโอกาสขึ้นราคา กักตุนสินค้าที่จำเป็นต่อการควบคุมโรค ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และยังมีกลุ่มคนที่เห็นแก่ตัวที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมอีกมาก ที่ไปในประเทศกลุ่มเสี่ยงกลับมาแล้วไม่ทำการ Quarantine ตัวเองตามที่ทุกภาคส่วนขอความร่วมมือแต่กลับออกไปเพ่นพ่านข้างนอกทำตัวเป็นพาหะนำโรคไปสู่ผู่อื่น รวมไปถึงผู้ที่ป่วยด้วย COVID_19 แต่กลับปกปิดการเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงมาทำให้แพทย์และผู้คนรอบข้างรวมถึงบุคคลากรทางการแพทย์ต้องติดเชื้อไปด้วย ซึ่งก็ถือได้ว่าคุณเห็นแก่ตัวกลัวคนอื่นรังเกียจที่คุณติดเชื้อ แต่คุณไม่กลัวที่คนอื่น ๆ จะประนามว่าคุณเป็นตัวแพร่เชื้อ
COVID_19 ไม่สามารถหาย หรือ หยุดระบาดได้เพียงเพราะฝีมือของแพทย์ หรือ นักวิทยาศาสตร์เท่านั้น มันจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุก ๆ คนที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้แหละ
- ผู้ที่ไม่ป่วยก็รักษาความสะอาด ล้างมือบ่อย ๆ อย่าสัมผัสใบหน้าตัวเองถ้ายังไม่ล้างมือ (แต่ส่วนมากเราจะสัมผัสใบหน้าตัวเองเมื่อรู้สึกระคายและไม่ทันคิดว่ามือเราอาจจะมีเชื้อโรคอยู่มัน สมองมันสั่งการอัตโนมัติ )
- ผู้ที่ป่วยไม่ว่าจะด้วย COVID_19 หรือไม่คุณควรจะสวมหน้ากากเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อโรคจากตัวคุณไปสู่ผู้อื่น เวลาคุณไอ หรือ จาม อย่าคิดว่าเพราะคุณใส่หน้ากากนี่แหละทำให้คุณไม่หายจากโรคสักทีเพราะคุณไอแล้วมันกลับเข้าสู่ร่างกายของคุณอีกที คุณต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมจะทำตัวเป็นตัวแพร่เชื้อโรคสู่ผู้อื่นสิ อย่าคิดว่าฉันผิดหรอที่ฉันป่วยแล้วไม่ใส่หน้ากากในเมื่อฉันไม่ได้อยากป่วย ไม่ผิดหรอก แต่คนอื่น ๆ เขาผิดอะไรทำไมจะต้องติดเชื้อต่อจากคุณล่ะ
- ผู้ที่ไปประเทศกลุ่มเสี่ยงกลับมาในเมื่อคุณสามารถรับผิดชอบความสุขของคุณด้วยการพาตัวเองไปเที่ยวประเทศเหล่านั้นได้คุณก็ควรจะมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยเขาไม่ได้ขออะไรคุณเยอะแค่ 14 วันเขาให้คุณเฝ้าดูอาการตัวเองอยู่บ้านไปก่อนคุณอาจจะติดเชื้อมาหรือไม่ติดก็ได้ แต่ถ้าเกิดคุณติดเชื้อขึ้นมาคุณจะกลายเป็นตัวพาหะนำเชื้อทันที อย่าถามคนอื่นว่าคุณผิดอะไรที่ไปประเทศเหล่านั้นมา แต่ให้ถามตัวเองว่า คนอื่น ๆ เขาผิดอะไรถึงจะต้องมารับเชื้อที่คุณติดมาเพื่อสนองความสุขของตัวเอง
- อยากฝากถึงทุก ๆ ท่านที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรปันส่วนอุปกรณ์และเครื่องมือทุกชนิดที่ใช้ในการควบคุมการระบาดของโรคให้พวกคุณมาควบคุมดูแลอย่างแข็งขันและจริงจัง ไม่ใช่เอะอะก็รอให้ประชาชนแจ้งแล้วพวกคุณรอทำอะไรเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทุก ๆ คนใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คเป็น หรือแค่คุณใช้ google เสิร์ชหาคุณก็เจอทุกอย่างแล้ว ตั้งแต่ขายหน้ากากอนามัยราคาแพง เจลล้างมือราคาล้างโลก แต่พวกคุณไม่ได้จริงจังกับการควบคุมแก้ไขผลสุดท้ายใครควรจะเป็นผู้ถูกประนามสาเหตุและคำถามมาจากข้อสุดท้าย
- สุดท้าย สำหรับผู้ที่ไม่ติดเชื้อหาซื้อ Mask ไม่มีขาย ที่มีขายก็ราคาสูงริบลิ่วซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะไม่ซื้อแน่นอน แอลกอฮอล์ตอนนี้ก็หมด Stock แล้วยังไงต่อ คนติดเชื้อ เขาก็ต้องอยู่ต้องกิน จะให้เขาออกไปข้างนอก โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ปล่อยไปตามชะตากรรม สิ่งที่ผู้ไม่ติดเชื้อต้องทำคือดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเข้าไว้แล้วยังไงแข็งแรงแล้วจะไม่ติดเชื้อหรอ แล้วกลุ่มคนสุดท้ายที่คุณคิดว่าคนที่น่าประนามมากที่สุดตอนนี้คือใคร น่าจะไม่ใช่ผู้ติดเชื้อ.
โดดเดี่ยว ไม่เดียวดาย
วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563
วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2562
เพจถูกแฮก fanpage ถูกแฮก ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี
วันนี้จะมาว่าด้วยเรื่องเพจถูกแฮก หรือ facebook fanpage ถูกแฮกนั่นเอง ซึ่งช่วงนี้ก็จะโดนกันบ่อยมากกกกกกกกกก (ก.ไก่ ล้านตัวเลย)
เรื่องมันมีอยู่ว่า เพจไหนที่มีทราฟฟิคเยอะ ๆ มักจะเจอคนต่างชาติ inbox ข้อความเข้ามาหาแล้วบอกว่าตัวเองมีโปรเจคใหม่ และกำลังหาพาร์ทเนอร์เพื่อทำการโฆษณา นู่นนี่นั่น แล้วเราจะให้ค่าจ้างคุณอาทิตย์ละ 2000 ดอลลาร์ (อ่านไม่ผิดหรอก เพราะถ้าน้อยกว่านี้ก็ไม่ติดเหยื่อ ) ถ้าสนใจให้ตอบกลับมาด้วยนะ ซึ่งอ่านดูแล้วก็เป็นข้อเสนอที่ทำให้หลายคนมีความกระตือรือล้นอยากยกเพจให้เขาเข้ามาครอบครองทันที จนทิ้งสติไว้ข้างๆ กายอย่างไม่ใยดี (เงินซื้อได้แม้กระทั่งสติจริง ๆ นะเออ)
จากข้อมูลข้างต้นที่ได้นำเสนอไปจะเห็นได้ว่า เขาไม่ได้ทำการแฮกนะ เขาส่งข้อเสนอมาให้คุณพร้อมบอกว่ามีค่าตอบแทนด้วยจำนวนเงินที่สูงเอาการอยู่ และคุณก็ยินยอมให้เขาเข้ามาเป็นแอดมินเพจคุณ หลังจากนั้นเขาก็เตะคุณออกจากบ้านตัวเอง ประหนึ่ง "สตีฟ จ๊อบ" ถูกไล่ออกจากบริษัทตัวเองยังไงยังงั้นเลย (พอพูดเรื่องเกี่ยวกับไอทีก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงใครสักคนในวงการเนาะ) ไม่พูดพร่ำทำเพลงมากหลังจากเตะคุณแล้วก็ไล่ล่าฆ่าเพื่อนแอดมินคนอื่น ๆ ที่อยู่ในบ้านนั้น แล้วเพียงชั่วพริบตาบ้านที่คุณสร้างมาก็ถูกยึดโดยที่คุณไม่ได้อะไรเลยนอกจากคร่ำครวญและตื่นตระหนก แล้วไปแจ้งความและรีพอร์ตเฟสบุคให้ทราบ เฮ้อ..............
สิ่งที่อยากจะบอกและอยากให้วิเคราะห์เพื่อป้องกันคือ ข้อความแบบนี้จะถูกส่งหาแต่ละเพจเยอะมาก แล้วข้อความพวกนี้ส่วนมากอยู่ในหมวด spam และจะอยู่ประมาณ 1-2 อาทิตย์เฟสบุคจะถูกลบไปอาจจะเป็นเพราะว่าเป็นเฟสบุคปลอม ซึ่งเราก็สามารถเข้าไปดูโปรไฟล์เบื้องต้นของบุคคลเหล่านี้ได้ก่อน บางคนอาจจะเพิ่งเปิดยังไม่มีโพสต์อะไรมากมายหรอก
ต่อมาอย่างหนึ่งที่น่าคิดถ้ามันต้องจ้างอาทิตย์ละ 2000 ดอลลาร์ ซึ่งเงินจำนวนไม่น้อยเลย เราก็ต้องคิดก่อนว่าเพจเราได้ค่าจ้างขนาดนี้เงื่อนไขของเขามีอะไรบ้าง ถ้าจะบอกว่าให้เราอยู่เฉย ๆ แล้วให้เราอาทิตย์ละ 2000 ดอลลาร์ (เหมือนเมียน้อยรอเงินเลี้ยงดูก็ไม่ใช่นะ 55) ต้องสอบถามเงื่อนไขก่อน
ต่อมาถ้าเขาส่งลิ้งค์อะไรมาให้โดยไม่อธิบาย อย่าคลิกง่าย ๆ ลองก๊อปปี้ลิ้งค์ไว้แล้ว logout ออกจากเฟสก่อน แล้วค่อยลองเอาลิ้งค์มาเปิดดู อย่าเพิ่งกรอกข้อมูลอะไรลงไปอย่างเด็ดขาด (เพราะถ้าเป็นรายละเอียดมันต้องไม่ให้เรากรอกสิ มันต้องให้เราอ่าน)
ต่อมาการให้ใครต่อใครเข้ามาเป็นแอดมินในเพจคุณนั่นหมายความว่าเขามีสิทธิ์เท่ากับคุณทุกอย่าง ทำอะไรก็ได้ แม้แต่ไล่คุณออกจากบ้านเพราะเขาก็เป็นเจ้าของบ้าน
ดังนั้นการกำหนดสิทธิ์ไม่ควรให้คนอื่นเข้ามาเป็นแอดมินนอกจากตัวคุณ ส่วนคนอื่น ๆ ถ้าคุณต้องการให้เขาสามารถทำให้เกือบเท่าๆ กับคุณก็ตั้งให้เป็น editor ก็ได้ สามารถอ่านสิทธิ์แต่ละประเภทได้ที่นี่
ก่อนจะจบบทความก็ขอฝากไว้กับแอดมินเพจทุกคน ว่าบ้านของคุณให้คุณใหญ่คนเดียวก็พอ อย่าให้มีคนอื่นมาใหญ่เท่ากับคุณเพราะสุดท้ายแล้วลับหลังคุณ ๆ อาจจะกลายเป็นแค่ผู้อาศัยที่ไร้เงาหัวนะจ๊ะ....
เรื่องมันมีอยู่ว่า เพจไหนที่มีทราฟฟิคเยอะ ๆ มักจะเจอคนต่างชาติ inbox ข้อความเข้ามาหาแล้วบอกว่าตัวเองมีโปรเจคใหม่ และกำลังหาพาร์ทเนอร์เพื่อทำการโฆษณา นู่นนี่นั่น แล้วเราจะให้ค่าจ้างคุณอาทิตย์ละ 2000 ดอลลาร์ (อ่านไม่ผิดหรอก เพราะถ้าน้อยกว่านี้ก็ไม่ติดเหยื่อ ) ถ้าสนใจให้ตอบกลับมาด้วยนะ ซึ่งอ่านดูแล้วก็เป็นข้อเสนอที่ทำให้หลายคนมีความกระตือรือล้นอยากยกเพจให้เขาเข้ามาครอบครองทันที จนทิ้งสติไว้ข้างๆ กายอย่างไม่ใยดี (เงินซื้อได้แม้กระทั่งสติจริง ๆ นะเออ)
จากข้อมูลข้างต้นที่ได้นำเสนอไปจะเห็นได้ว่า เขาไม่ได้ทำการแฮกนะ เขาส่งข้อเสนอมาให้คุณพร้อมบอกว่ามีค่าตอบแทนด้วยจำนวนเงินที่สูงเอาการอยู่ และคุณก็ยินยอมให้เขาเข้ามาเป็นแอดมินเพจคุณ หลังจากนั้นเขาก็เตะคุณออกจากบ้านตัวเอง ประหนึ่ง "สตีฟ จ๊อบ" ถูกไล่ออกจากบริษัทตัวเองยังไงยังงั้นเลย (พอพูดเรื่องเกี่ยวกับไอทีก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงใครสักคนในวงการเนาะ) ไม่พูดพร่ำทำเพลงมากหลังจากเตะคุณแล้วก็ไล่ล่าฆ่าเพื่อนแอดมินคนอื่น ๆ ที่อยู่ในบ้านนั้น แล้วเพียงชั่วพริบตาบ้านที่คุณสร้างมาก็ถูกยึดโดยที่คุณไม่ได้อะไรเลยนอกจากคร่ำครวญและตื่นตระหนก แล้วไปแจ้งความและรีพอร์ตเฟสบุคให้ทราบ เฮ้อ..............
สิ่งที่อยากจะบอกและอยากให้วิเคราะห์เพื่อป้องกันคือ ข้อความแบบนี้จะถูกส่งหาแต่ละเพจเยอะมาก แล้วข้อความพวกนี้ส่วนมากอยู่ในหมวด spam และจะอยู่ประมาณ 1-2 อาทิตย์เฟสบุคจะถูกลบไปอาจจะเป็นเพราะว่าเป็นเฟสบุคปลอม ซึ่งเราก็สามารถเข้าไปดูโปรไฟล์เบื้องต้นของบุคคลเหล่านี้ได้ก่อน บางคนอาจจะเพิ่งเปิดยังไม่มีโพสต์อะไรมากมายหรอก
ต่อมาอย่างหนึ่งที่น่าคิดถ้ามันต้องจ้างอาทิตย์ละ 2000 ดอลลาร์ ซึ่งเงินจำนวนไม่น้อยเลย เราก็ต้องคิดก่อนว่าเพจเราได้ค่าจ้างขนาดนี้เงื่อนไขของเขามีอะไรบ้าง ถ้าจะบอกว่าให้เราอยู่เฉย ๆ แล้วให้เราอาทิตย์ละ 2000 ดอลลาร์ (เหมือนเมียน้อยรอเงินเลี้ยงดูก็ไม่ใช่นะ 55) ต้องสอบถามเงื่อนไขก่อน
ต่อมาถ้าเขาส่งลิ้งค์อะไรมาให้โดยไม่อธิบาย อย่าคลิกง่าย ๆ ลองก๊อปปี้ลิ้งค์ไว้แล้ว logout ออกจากเฟสก่อน แล้วค่อยลองเอาลิ้งค์มาเปิดดู อย่าเพิ่งกรอกข้อมูลอะไรลงไปอย่างเด็ดขาด (เพราะถ้าเป็นรายละเอียดมันต้องไม่ให้เรากรอกสิ มันต้องให้เราอ่าน)
ต่อมาการให้ใครต่อใครเข้ามาเป็นแอดมินในเพจคุณนั่นหมายความว่าเขามีสิทธิ์เท่ากับคุณทุกอย่าง ทำอะไรก็ได้ แม้แต่ไล่คุณออกจากบ้านเพราะเขาก็เป็นเจ้าของบ้าน
ดังนั้นการกำหนดสิทธิ์ไม่ควรให้คนอื่นเข้ามาเป็นแอดมินนอกจากตัวคุณ ส่วนคนอื่น ๆ ถ้าคุณต้องการให้เขาสามารถทำให้เกือบเท่าๆ กับคุณก็ตั้งให้เป็น editor ก็ได้ สามารถอ่านสิทธิ์แต่ละประเภทได้ที่นี่
ก่อนจะจบบทความก็ขอฝากไว้กับแอดมินเพจทุกคน ว่าบ้านของคุณให้คุณใหญ่คนเดียวก็พอ อย่าให้มีคนอื่นมาใหญ่เท่ากับคุณเพราะสุดท้ายแล้วลับหลังคุณ ๆ อาจจะกลายเป็นแค่ผู้อาศัยที่ไร้เงาหัวนะจ๊ะ....
วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
อยากเป็นนักเขียนเริ่มต้นยังไงดี
เราจะเป็นนักเขียนได้อย่างไร จะเริ่มต้นเขียนบทความอย่างไร
จะเป็นนักเขียนที่ดีได้อย่างไร
และจะเขียนอย่างไรถึงจะมีคนเข้ามาอ่านเรื่องราวที่เราเขียน คำถามแบบนี้คงแล่นเข้ามาในหัวทันทีสำหรับคนที่ไม่เคยเขียนบทความ
ไม่ค่อยชอบการเขียนบทความและไม่ค่อยมีพรสวรรค์ทางด้านนี้สักเท่าไหร่นัก
หรือบางคนอาจจะไม่มีเลยแต่ว่ามีความอยาก
มีความฝันที่อยากจะเขียนบทความอยากเขียนเรื่องราวขึ้นมาให้คนอื่นได้อ่าน
การเขียนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบทความหรือนิยายแรก ๆ ผู้เขียนก็คงไม่ได้ใช้ถ้อยคำสละสลวยอะไร
แต่ผู้เขียนทุกคนก็คาดหวังและคงแอบดีใจอยู่ลึก ๆ
เมื่อมีคนอ่านบทความของตัวเองไม่ว่ามีคนอ่านแค่คน สองคนก็ตาม
ในบทความนี้ต้องบอกตามตรงว่านี่คือบทความแรกที่ผู้เขียนพยายามที่จะถ่ายทอดมันออกมาเป็นตัวหนังสือให้ได้ใจความและพยายามเขียนให้ได้มากที่สุด
และก็ต้องบอกว่าผู้เขียนไม่ได้มีประสบการณ์ด้านการเขียนมาก่อนเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้ามผู้เขียนเองกลับไม่ชอบการเขียนบทความ
เรียงความอะไรเลยมาแต่ไหนแต่ไรเลยด้วยซ้ำ (หลายคนคงสงสัยอ่าวไม่เคยเขียนแล้วจะมาแนะนำอะไรคนอื่นได้ล่ะ)
อันนี้ผู้เขียนไม่ได้ถือว่าเป็นการแนะนำหรือสอนแต่อย่างใดนะ
ผู้สอนเพียงแค่อยากเล่าให้อยากให้ใครก็ตามที่ได้อ่านบทความนี้ได้รู้ได้เห็นว่าครั้งแรกของการเขียนเรื่องราวแบบยาว
ๆ เป็นอย่างไร เมื่อคุณอ่านเรื่องแรกของคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการเขียนมาก่อนเป็นอย่างไร
สำนวนการเขียน การใช้คำเป็นอย่างไรบ้าง (คือมันก็ไม่ได้ดีแบบเหลือเชื่ออ่ะนะ
แต่เชื่อว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความพยายามก็อยู่ที่นั่น)
ตามที่เกริ่นไว้ด้านบนผู้เขียนไม่มีพรสวรรค์ทางด้านการเขียนเลยและผู้เขียนก็เป็นประเภทที่ไรจินตนาการโดยสิ้นเชิงหลาย
ๆ ท่านถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ก็คงมีแอบหัวเราะในลำคอหึหึ ผู้เขียนไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนเข้ามาอ่านมากมายหลายสิบคนหรอกแต่ก็ไม่ได้ดูถูกตัวเองจนคิดว่าคงจะไม่มีคนแวะเข้ามาอ่านเลย
(มันต้องมีความหวังสิ)
และก็มีความคิดพิลึกเข้ามาในหัวว่าถ้าได้อัพโหลดให้ผู้คนอ่านเมื่อไหร่จะเปิดให้คนคอมเม้นท์กระจุยเลย
ก็มีคิดไว้แหละว่าอาจจะโดนด่ากระจายเหมือนกัน ฮ่าฮ่า
แต่เราก็อยากอ่านความคิดเห็นของคนที่มาอ่านเรื่องที่เราเขียนว่าเขามีความคิดเห็นอย่างไรเราไม่คาดหวังว่าจะได้รับคำชมในเรื่องแรกที่เราเขียนหรอก
แต่เราจะได้เอาคำติชมไปปรับปรุงแก้ไขในบทความต่อ ๆ ไป
มันคงจะไม่สามารถดีขึ้นภายในเจ็ดหรือแปดบทความหรอก
แต่เราก็คาดหวังว่าผู้ที่ผ่านเข้ามาอ่านเรื่องราวใหม่ ๆ
ในแต่ละเรื่องน่าจะเห็นพัฒนาการทางด้านการเขียนของเราขึ้นมาบ้าง
เป็นนักเขียนมันไม่ง่ายเลยนะถ้าเราไม่พยายามไม่อดทนกับการฝึกฝนสิ่งที่เริ่มต้นมาก็สูญเปล่าเราอาจจะไม่ต้องฝึกเขียนทุกวันก็ได้อาจจะสองวันสามวันเขียนเสร็จเรื่องหนึ่งก็ได้แต่สำหรับเราจะเขียนหนึ่งเรื่องให้เสร็จในหนึ่งวันแล้วถ้าอยากจะแก้ไขข้อความก็ค่อยมาแก้ทีหลังแต่ว่าต้องจบได้ทั้งเรื่องเพราะว่าสำหรับเราแรงบันดาลใจเกิดขึ้นได้แค่วันเดียววันต่อมาก็ลืมแล้วอ่ะฮ่าฮ่า
ดังนั้นถ้านึกขึ้นได้ว่าอยากเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็จะรีบจับสมุดปากกามาจดเลยทันทีเพื่อไม่ให้ตัวเองลืม
เขียนมาจนถึงตรงนี้แล้วบางคนอาจจะเริ่มสบถอุตส่าอ่านจนถึงนี่แล้วเคล็ดลับมันอยู่ตรงไหนวะเนี่ยเขียนพร่ำเพรื่อไปเรื่อยไม่มีสาระอะไรเลยสักอย่าง
ก็ต้องน้อมรับไว้ตรงนี้ เพราะเรื่องราวที่เขียนเรื่องนี้มันคือเรื่องแรกที่ผู้เขียนสามารถเขียนได้มากกว่าหนึ่งหน้ากระดาษ
A4 ซึงมากกว่าทุก ๆ
ครั้งที่เคยคิดว่าอยากจะเขียนก็เลยอยากเอามาแบ่งปันให้ใคร ๆ
ได้อ่านบ้างและก็คาดหวังว่ามันน่าจะทำให้คนที่ไม่รู้จะเริ่มต้นการเขียนได้มีความรู้สึกว่าเขียนน่าจะเขียนได้ดีกว่าเรา
มีสาระมากกว่าเรา มีคนเข้ามาอ่านเรื่องราวของเขามากกว่าของเรา และ
ทำให้เขาคิดว่าเขาทำได้และพร้อมที่จะเผยแพร่งานเขียนของตัวเองสู่สายตาสาธารณะชน
ไม่อยากจะเชื่อทั้งหมดที่เขียนมาได้ตั้ง 800 กว่าคำแหน่ะ หุหุ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
-
เราจะเป็นนักเขียนได้อย่างไร จะเริ่มต้นเขียนบทความอย่างไร จะเป็นนักเขียนที่ดีได้อย่างไร และจะเขียนอย่างไรถึงจะมีคนเข้ามาอ่านเรื่องราวที...
-
วันนี้จะมาว่าด้วยเรื่องเพจถูกแฮก หรือ facebook fanpage ถูกแฮกนั่นเอง ซึ่งช่วงนี้ก็จะโดนกันบ่อยมากกกกกกกกกก (ก.ไก่ ล้านตัวเลย) เรื่องมันม...
-
COVID_19 ระบาดหนัก สถานการณ์ตอนนี้อุปกรณ์ในการป้องกันหายากมากแล้วท่านๆ ที่เกี่ยวข้องเขามัวทำอะไรกันอยู่... ในขณะที่สถานะการของ C...
